
โลกของ วายัง อมฤต คือโลกของอุดมคติ เป็นโลกที่อาจแลดูเลื่อนลอยคล้ายเงาดำบนฉากขาวในการแสดง วายัง กุลิต แต่แท้ที่จริงแล้วเมื่อมองลงไปในความจริงมันกลับมีบางสิ่งที่จับต้องได้อยู่ในนั้น อุดมการณ์อันแข็งแกร่ง อุดมคติอันตกผลึก ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โลกของผู้ถูกกดขี่ โลกของผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ โลกของผู้คนที่ไม่มีสิทธิแม้จะพูดในสิ่งที่เขาคิด คือศัตรูของโลกแห่ง วายังอมฤต เงาสีดำที่ปรากฏให้เห็นอาจเพลิดเพลิน ตื่นตา หรือเร้าใจ แต่นั่นคือการล่อหลอก ตัวหนังและผู้เชิดที่หลบอยู่ด้านหลังสิคือสิ่งที่แท้จริงกว่า เงาสีดำอาจหายไปจากจอสีขาวในบางขณะ แต่ตัวหนังยังคงอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์อาจไม่เกิดขึ้น แต่ผู้มุ่งมั่นที่ต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงยังดำรงอยู่ เป็นเช่นนั้นนับร้อยนับพันปีจากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง จากชนชาติหนึ่งสู่อีกชนชาติหนึ่ง จากจิตสำนึกหนึ่งสู่อีกจิตสำนึกหนึ่ง สิ่งเหล่านี้กินเวลาอันยาวนาน และมันกลืนกินชีวิตทุกคนแม้กระทั่งชีวิตของผมด้วย มิสเตอร์ ไฮน์ริช เบิล มันเป็นเรื่องยากที่ผู้ที่ไม่ยอมให้อุดมคติกลืนกินเช่นคุณจะเข้าใจ มันเป็นเรื่องยากที่ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสโลกแห่ง วายัง อมฤต เช่นคุณจะเข้าใจ เส้นทางเข้าสู่โลกแห่ง วายัง อมฤต เป็นเส้นทางอันมีเกียรติ ศักดิ์สิทธิ์ และเรียกร้องการเสียสละ โลกของ วายัง อมฤตเป็นโลกที่เรียกร้องให้ท้ายที่สุด เราทุกคนต้องละทิ้งตนเองไป หลงเหลือเพียงภาพเงาดำชั่วขณะบนฉากขาวเท่านั้น
Author

อนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554) อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554). เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น