
ภูผากับติรยารู้จักกันมานานแล้ว ครั้งแรกที่รู้จักกัน ตอนนั้นเธอหงุดหงิดที่เขาแย่งโต๊ะตรงหลังห้องเรียนที่ควรเป็นของเธอไป ครั้งที่สอง เธอยิ่งไม่พอใจที่มีผู้หญิงนมโตมาคอยประกบเหมือนจะสิงเขาอยู่รอมร่อ ส่วนครั้งที่สาม... ย้อนกลับไปที่ครั้งที่สองก่อน เพราะครั้งนั้นมันทำให้เธอรู้สึกตัวว่าตนไม่ได้มองภูผาในฐานะคู่กัดมาตั้งแต่แรกแล้ว และครั้งที่สามเมื่อพวกเธอกลับมาเจอกันอีกครั้ง...ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้มองเธอเป็นคู่กัดหรือเพื่อนร่วมห้องตัวปัญหามาตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกัน ///// "อยู่นิ่งๆ" "เธอจะเล่นอะไรอีก" คำถามของเขาแหบห้าว พอเห็นรอยยิ้มบนปากนุ่ม ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยอีกว่า "ไหนเมื่อคืนเธอบอกว่าไม่อยากทำแล้ว" "นั่นก็ส่วนของเมื่อคืน ส่วนตอนนี้" มือเล็กออกแรงกดที่ข้อมือหนาเมื่อชายหนุ่มทำท่าจะเคลื่อนไหว "นายห้ามขยับ ให้ฉันสำรวจหน่อยว่าของของฉันมันยังสมบูรณ์อยู่ไหมหลังจากที่ฉันไม่ได้เจอมันมาสองเดือนแล้ว" พอเห็นว่าเขายอมอยู่นิ่งๆ แล้ว มือเล็กก็เริ่มสำรวจภูผาตั้งแต่เส้นผมสั้นที่ยุ่งเหยิงและไล่ลงต่ำไปยังหน้าผากกว้าง คิ้ว และส่วนอื่นๆ บนใบหน้าคมคาย ลำคอแกร่งเกร็งเครียดเมื่อหญิงสาวจงใจลากเล็บไปยังลูกกระเดือก พอมันเลื่อนไปยังรอยสักตรงไหล่กำยำมือหนาก็กำแน่นเพื่ออดทน เพราะถ้าเขาเคลื่อนไหว เรื่องที่เธอทำอยู่ตอนนี้คงยุติลงแน่ "ไหนขอฉันดูข้างล่างหน่อยซิ" หญิงสาวเอ่ยพึมพำ มือนุ่มก็ทาบกับท้องแกร่งที่ตอนนี้มันเกร็งเครียดเพราะความคาดหวัง ท่าทางของเขาทำให้มุมปากของเธอยกยิ้มถือดี นิ้วก็เกี่ยวและดึงผ้าห่มทิ้งไปด้านข้าง "ดูเหมือนว่ามันจะยังสมบูรณ์ดี" "..." "ถ้างั้น" "ตาว" น้ำเสียงเอาเรื่องของเขาทำให้หญิงสาวหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง "เรียกทำไม" "..." "เพิ่งจำได้แล้วเหรอว่าเมียนายชื่ออะไร" "..." "ไอ้คำพูดว่าค่อยมาเห่อทีหลังพวกนั้นนายยังจำได้ไหม" "จำได้" "ตอนนี้จะพูดแบบนั้นอยู่อีกรึเปล่า" ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยแววตาดุดันแบบที่เธอไม่เคยกลัว ครู่ต่อมาเขาก็ขบฟันแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบต่ำว่า "ไม่พูดแล้ว" "แบบนี้ค่อยฟังเข้าหูหน่อย"