
“ไม่กลัวผี ไม่เคยกลัว มีบ้างที่นึกหวั่นๆ สุดท้ายก็ ไม่มีอะไร” นั่นคือสิ่งที่ นาวิกา บอกกับเรา เมื่อเริ่มส่งต้นฉบับ ‘สาปมายา’ มาให้เรา และเล่าต่อว่าเธอคิดเรื่องนี้จากเรื่องจริงที่มีคนเจ็บป่วยเพราะเข้าไปสัมพันธ์กับเรื่องลึกลับ ยิ่งพัวพันมากย่ิงป่วยหนัก และเมื่อเธอเร่ิมคิิดพล็อตได้ สิ่งที่ตามมาคือเธอพบภาพจริงของเรื่องนั้นจากการเดินทางไปชมเทวสถานในจังหวัดปราจีนบุรีทำให้เรื่องราวที่จะเขียนมีภาพจริงซ้อนทับเข้ามา เรารอรับต้นฉบับของเธอด้วยการลุ้นตามจากที่เธอส่งไปลงใน READAWRITE ถึงตอนที่ ๓๐ แต่ต้นฉบับจบที่ตอน ๓๔ ซึ่งเธอจบภาคแรก ในเล่ม ๑ ที่ถือกันอยูนี้ สาปมายา เล่าเรื่องของ ศาลร้างที่มีคำประกาศแปะป้ายว่า เราพร้อมให้พร และยังประกาศเพิ่มเติิมว่า เราพร้อมเอาคืน เราเอาจริง ชีวิตบางชีวิตผิดพลาดเพราะอยากได้รับคำพร อยากร่ำรวย อยากเด่นดัง อยากสมหวังในความรัก ในหน้าที่การงาน เมื่อไปที่นั่น จะสมปรารถนาไปตามๆ กันจากเทพธิดาชุดแดง ผู้ไร้หน้า เธอคือใคร ปิดท้ายกันในเล่ม ด้วยก้าวที่พลาดของ อนิล นักเขียนหนุ่มที่ไปขอพรจากที่นี่โดยลืมคำเตือนของสาวน้อย ตรีอักษร เลิศจริยานนท์ จากปี ๒๕๔๕ เรื่องราวดำเนินมาอีก ๗ ปี และจะเปิดเล่ม ๒ ในปี ๒๕๕๒ คำพรหรือคำสาปที่อยู่เบื้องหน้า จะแก้ไขกันได้อย่างไร ความสัมพันธ์ของ อนิล กับ ตรีอักษร จะดำเนินไปในแบบไหน อยากบอกว่าเป็นเรื่องที่หลอนเบาๆ และชวนให้ตามหาปริศนาที่ซ่อนไว้ในเนื้อหาที่ นาวิกา ได้บรรจงเขียนสำหรับคนอ่านทุกท่าน รับกระจกสักบานไหม????