
จ้าวเยี่ยหลานผู้ถือกำเนิดในฐานะทาสผู้ต้อยต่ำ ได้รับการช่วยเหลือจากองค์ชายสาม ทุ่มเทตลอดหลายปีจนกระทั่งส่งอีกฝ่ายขึ้นสู่ราชบัลลังก์ได้สำเร็จ กลายเป็นขุนนางชั่วที่ผู้คนต่างก็พากันกล่าวว่าครหา ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่าเขากลับต้องมาโดนคนผู้นั้นพระราชทานสมรสให้ตบแต่งกับแม่ทัพใหญ่ เยียนหมิงถิง ผู้มีชะตาดาราวิบัติเสียได้ แม่ทัพใหญ่ผู้มีชะตาคร่าบิดา ผลาญมารดา กินภรรยา ล้างน้องชาย กระทั่งสุนัขยังไม่เว้น ผู้คนจึงล้วนแต่หมายมาดว่าแม่ทัพใหญ่ก็คงจะเร่งให้คนอย่างจ้าวเยี่ยหลานถึงคราวตายในเร็ววันเช่นกัน ในคืนแต่งงาน จ้าวเยี่ยหลานในอาภรณ์สีแดงเลิศล้ำล้วงกริชออกมาเล่มหนึ่ง ส่งสายตาดุดัน "เจ้าคิดจะทำอะไร" เยียนหมิงถิงจับมือเขาแน่น ก่อนจะอาศัยกริชของเขาสลักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้คำหนึ่งบนหัวเตียงเป็นคำว่า — เช้า "อ่อนแอปวกเปียก นับแต่นี้ไปทุกเช้าเจ้าต้องตื่นมาฝึกท่ายืนม้ากับข้า !" "?" ชาวบ้านทุกคนต่างก็รู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ! ได้ยินว่าขุนนางชั่วนั่นถูกทุบตีทุกวัน หลังคารั่วก็ต้องขึ้นไปซ่อมเอง งานครัวและการถ่ายหนักถ่ายเบาก็ล้วนแต่ต้องจัดการด้วยตัวเอง ปรนนิบัติรับใช้สามีอย่างว่าง่าย ไม่กล้าดุด่าผู้ใดอีก เฮ้ แม่ทัพใหญ่ช่างปรีชาสามารถ ! จ้าวเยี่ยหลานนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่ข้างเตียงขณะเล่นกริชอยู่ในมือ หางตายกขึ้นเล็กน้อย “ข่าวลือนี้มาจากที่ใด ?” “มาจากปากสุนัขของข้าเอง” เยียนหมิงถิงที่กำลังฝึกยืนม้าตบต้นขาของตัวเอง “เชิญภรรยานั่งเถิด พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นเช้าก็ได้”