สตรีสาวนางนั้น งามจากเส้นผมจรดปลายเท้า เยี่ยงนางในสามโลกของวรรณคดี ฉวีกายของนางเปล่งปลั่งผุดผ่องดูนุ่มเนียนราวกับกลีบกุหลาบเมื่อแรกแย้มรับแสงอรุณ เบื้องอุระประเทศอันเปลือยเปล่า ประดับไว้แต่เพียงสังวาลเพชร และสายใข่มุก ประทุมถันเต่งตั้งชูชันงามสะพรั่งเกลี้ยงเพลาประดุจสลักเสลาด้วยงาช้าง และมีปลายยอดเป็นสีชมพูเรื่อ ความงามอันสูงส่งสาดให้โลกที่พบเห็นตะลึงลานนั้น อยู่ในอาภรณ์เครื่องประดับนางกษัตริย์เพียบพร้อมไปด้วย ถนิมพิมพาภรณ์จากเส้นเกศาลงไปจนกระทั่งปลายบาท มงกุฎที่ประดับด้วยแก้วเก้า สังวาล ทับทรวง ทองกร ธำมรงค์ ปลอกแขน แพรวพราววาววับไปหมด แขนทั้งสองวางราบแนบสนิทอยู่ชิดกายในท่านิทราอันสงบ ภายใต้ครอบแก้วอันเป็นโลกน้อยๆ ของนางนี้ มลังเมลืองสดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผิดกับสภาพอันเก่าแก่ปรักหักพังที่แวดล้อมอยู่เบื้องนอก ประหนึ่งว่าจะรักษาความเป็นอมตะไว้ชั่วนิรันดร์