
...ข้าพเจ้าเสียครั้งนี้ก็เหมือนเสียทุกอย่างในชีวิตแล้ว จะครองตัวไว้ให้อัปยศสืบไปอีกไย... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน