Margins
Margins
Sign in
Margins
Subscribe to our newsletter
548 Market St PMB 65688, San Francisco California 94104-5401 USA
hello@margins.app
·
+1 (650) 223-5283
Privacy Policy
·
Terms of Use
© 2026 Paratext Inc. All rights reserved
ผู้ชนะสิบทิศ
ผู้ชนะสิบทิศ
Series · 8 books · 1989-2026
By
ยาขอบ
Books in series
#1
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 1
1989
...เราจะบังคับให้เจ้าถวายสัตย์ แก่พระประธานในวิหารกุโสดอว่า เบื้องหน้าวาสนาจะรุ่งโรจน์ประการใด ก็จะไม่คิดแย่งเศวตฉัตรมังตราเป็นอันขาด... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#2
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 2
1989
...ข้าพเจ้าเสียครั้งนี้ก็เหมือนเสียทุกอย่างในชีวิตแล้ว จะครองตัวไว้ให้อัปยศสืบไปอีกไย... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#3
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 3
1989
...เบื้องนั้นเสียงไก่ก้องประจำยามที่สุดในราตรี เจ้าหนุ่มก็โอบร่างพี่นางพระเจ้าตะเบงชะเวตี้เข้าไว้ แล้วว่า... จันทราแม่อย่าถือแต่ข้อแค้นเลย... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#4
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 4
1989
นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#5
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 5
2025
...พระมหาเถรแจ้งคนมาหาแล้ว ขมีขมันผลุดลุกออกมานอกห้อง เจ้าหนุ่มก็คลานเข้ากราบ จดเอาศีรษะตัวเข้ากับเบื้องเท้าพระมหาเถร... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#6
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 6
1989
...แต่จะเด็ดแรมรอนผ่อนทหารมาตามสบาย เนิ่นมาเป็นหลายเวลา จึงเหยียบเมาะตะมะ... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพล ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา (หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้) เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด มาเพิ่มเติมขยายความเป็นโครงเรื่องใหม่ ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ นิยายเรื่องนี้ ยาขอบได้เขียนค้างไว้ คือเนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12 เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายท่วมท้นในสมัยนั้น และยังคงเสน่ห์ของตัวอักษรตราบเท่าถึงปัจจุบัน
#7
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 7
2026
...จาเลงกะโบเห็นหน้าบิดาตัวก็มีใจยินดี และพ่อลูกทั้งสองก็กอดกันเข้าไว้... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพลของมังตรา หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ คือเล่มที่ ๘ นี้ แต่เนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12
#8
ผู้ชนะสิบทิศ เล่ม 8
1989
...สิขาวินัยประจำเพศสงฆ์ประดามี ข้าพเจ้าจะเด็ดคนใจซื่อไม่อาจทนใฝ่หาบุญในทางพระขอลาสิ้นแต่บัดนี้... นิยายอมตะเรื่องยาว แปดเล่มจบ รวม 5120 หน้าของยาขอบ ได้แรงบันดาลใจจากพงศาวดารพม่าเกี่ยวกับพระเจ้าบุเรงนอง เรื่องราวของจะเด็ด ยอดขุนพลของมังตรา หรือพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ผู้หลงรัก ตะละแม่จันทรา พระพี่นางของมังตรา เขียนด้วยสำนวนไพเราะเพราะพริ้ง เป็นตัวอย่างความงดงามของภาษาไทยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ผู้เขียนเรียกว่า "นิยายปลอมพงศาวดาร" โดยหยิบพงศาวดารพม่าเพียงแค่ ๘ บรรทัด ในครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. ๒๔๗๔ จบลงใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ในหนังสือพิมพ์ "สุริยา" และเริ่มเขียน "ผู้ชนะสิบทิศ" ในหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" เมื่อ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ จบภาคหนึ่งเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ รวมเล่มพิมพ์เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๒ เขียนรวมทั้งหมด ๓ ภาค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ คือเล่มที่ ๘ นี้ แต่เนื้อหาจริงๆ ยังไม่จบ เนื่องจากขาดข้อมูลบางอย่างที่จะต้องใช้ประกอบการเขียน และสุขภาพของผู้เขียนเองไม่อำนวย ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงราชวงศ์ตองอูตอนต้น เริ่มตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเมงจีโย ไปจนถึงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ มังตราราชบุตร โดยคำว่าผู้ชนะสิบทิศนั้น มาจากคำที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึง พระเจ้าบุเรงนองว่าเป็น The Conqueror of Ten Direction ผู้ชนะสิบทิศถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนหนังสือนั้น เล่มของผดุงศึกษานี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 12
Author
ยาขอบ
Author · 11 books