
วัยยี่สิบเก้า, ช่วงเวลาที่ชีวิตมักเจอจุดเปลี่ยน บ้างว่ามันเป็นตัวเลขเร่งปฏิกิริยาก่อนขึ้นเลขสาม ทำให้คนเรากล้าตัดสินใจเรื่องใหญ่ยากแบบชั่ววูบ บ้างว่าเป็นช่วงหล่อหลอมตัวตนสุดท้าย หากไม่เจอวิกฤตให้พลิกผันไปก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดชีวิต ‘หนึ่งนารี’ เคยเป็นเด็กสาวผู้สดใส ความสุขเกิดง่ายเหมือนแค่การหายใจเอาอากาศเข้าปอด เธอมีความฝันอยากเป็นนักเต้นบัลเลต์ดังก้องโลก เส้นทางสู่ฝันสว่างเรืองรอง กระทั่งพบเจอเหตุการณ์วันนั้น เหมือนผีเสื้อปีกหัก ค่อยๆ เก็บเศษชีวิตที่เหลือมาประกอบใช้มันต่อ สิบสี่ปีผ่าน การเปิดเผยถึงเรื่องเก่าดึงใครคนหนึ่งกลับมา ดูเหมือนว่าเธอกับเขาจะเปลี่ยนไปจากเดิมเกือบทุกอย่าง ที่ยังเหลือคือบาดแผลซึ่งไม่เคยถูกพูดถึง เธอเพียงคนเดียวที่จะเลือกว่าอยากมีพรุ่งนี้อย่างไร จะอยู่กับบาดแผลต่อไป หรือปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระ ... ... . . “แล้วคุณจะอยากให้ผมมูฟออนได้เพื่ออะไร ถ้าวันหนึ่งคุณเห็นข่าวว่าผมเป็นเอ็มดีบริษัทใหญ่ สวมสูทผูกไทให้สัมภาษณ์ เป็นสุขกับความสำเร็จ มีครอบครัวที่ดี มีทุกอย่างพร้อม คุณจะรู้สึกยังไง คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าสะใจที่เห็นผมอยู่ในนรก” “คุณเลยจะอยู่ในนรกต่อไปเพื่อฉันเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคุณไปมีความสุขมีชีวิตที่ดีเถอะค่ะ ฉันจะยังรู้สึกดีอยู่ เพราะอย่างน้อยก็ได้เป็นคนสั่งให้คุณทำอย่างนั้น”