
Authors

เกิดกรุงเทพฯ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2505 ในครอบครัวชนชั้นกลาง มีคุณแม่เป็นครูสอนเปียโน และมีพี่ชายหนึ่งคน ความฝันวัยเด็กคืออยากเป็นนักร้องลูกทุ่ง เคยเรียนด้านเลขานุการ และไปเรียนด้าน Communication Arts ที่กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย กลับมาทำงานนิตยสารเกย์ชื่อ ‘นีออน’ เป็นครีเอทีฟเอเจนซี่โฆษณา ทำนิตยสารแฟชั่นชื่อ ‘Hyper’ และเปิดร้ายขายสร้อยอยู่ช่วงหนึ่ง ควบคู่กับการเลี้ยงลูกชายหนึ่งคน ก่อนจะกลับมาเขียนนวนิยายทเต็มตัว นวนิยายเรื่องแรก ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ ชนะรางวัลซีไรต์ประจำปี 2558 และเรื่องต่อมา ‘พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ’ ได้รับรางวัลซีไรต์สาขานวนิยาย ประจำปี 2561 ปัจจุบัน วีรพรใช้ชีวิตอยู่กับสามีที่กรุงเทพฯ ส่วนลูกชายเรียนปริญญาเอกด้านปรัชญาอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี

นักเขียนประสบการณ์โชกโชนผู้เคยผ่านต่อสู้ชีวิตมาหลากหลายประเภท ตั้งแต่เป็นพนักงาน เสิรฟร้านอาหาร เด็กโรงน้ำชา กรรมกรโรงงานรองเท้า โรงงานขนมปัง โรงนุ่น บ๋อยภัตตาคาร เด็กเสริฟร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวและลูกเรือประมง ประชาคม ลุนาลัย เป็นชาวจังหวัดยโสธรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยความ มุ่งหวังว่าจะมาเรียนหนังสือต่อเพื่อว่าจะได้เป็นนักเขียนให้ได้ในอนาคต แต่ด้วยโชคชะตาและความยากจน ผลักดันให้ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพแทน โดยทิ้งความฝันของการเป็นนักเขียนเอาไว้ชั่วคราว ตอนที่ประชาคม ลุนาชัย อายุ 25 ปี เขาตัดสินใจไปทำงาน เป็นลูกเรือประมงใช้ชีวิตชาวเรือร่อนเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้เวลาถึง 8 ปี เมื่อมีเวลาว่างระหว่างคราวใด เขามักเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือและเขียนบันทึก เรื่องราวชีวิตของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ เขาได้ทดลองเขียนเรื่องสั้น เรื่องแรกที่ได้พิมพ์ในหนังสือหนุ่มสาว ชื่อเรื่อง "บทสุดท้ายแห่งตำนานคนยาก" ภายหลังจากปี พ.ศ.2535 เขาลาออกจากงานที่เคยทำ ออกมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวอย่างจริงจังและผลงานการเขียนของเขา ก็ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วผ่านการตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ หลายฉบับ เรื่องสั้น "รอยบาป" ได้รับรางวัลดีเด่น จากนิตยสาร "หลักไท" เรื่องสั้น "ชะตากรรมของคนเถื่อน" ได้รับรางวัลดีเด่นจากนิตยสาร "ชีวิตต้องสู้" และ "กฎข้อที่ห้า" ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นรางวัล "ช่อการะเกดยอดเยี่ยมประจำปี 2539" นวนิยายเล่มแรก ที่ประชาคม ลุนาชัย เขียนเรื่อง "ฝั่งแสงจันทร์" ซึ่งเป็นนวนิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงยถากรรมของสามัญชน แห่งหมู่บ้านชายฝั่งอยู่กับผืนน้ำและแผ่นดิน ปัจจุบัน ประชาคม ลุนาชัย ยังคงเป็นนักเขียนสู้ชีวิตที่ผลิตงานเขียนออกมาอย่างคงเส้นคงวา
Associated Names: * กิตติศักดิ์ คงคา * ลงทุนศาสตร์ * นายพินต้า

Associated Names: * จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท * ร เรือในมหาสมุท จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ชื่อเล่น ลี้ ใช้ชีวิตวัยเด็กที่ ต.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เริ่มต้นเขียนหนังสือในขณะที่มีอายุได้ 12 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในภาควิชาภาษารัสเซีย มีผลงานทั้งในด้านวรรณกรรมสร้างสรรค์ และนิยายชายรักชาย ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักอ่านวัยรุ่น ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (S.E.A. Write) ประจำปี 2560 จากรวมเรื่องสั้น “สิงโตนอกคอก” ตีพิมพ์โดย “แพรวสำนักพิมพ์” โดยเป็นนักเขียนอายุน้อยที่สุดในบรรดานักเขียนไทยที่เคยได้รับรางวัลนี้ (ข้อมูลเดือนมีนาคม ปี 2561) รางวัลที่ได้รับ : ประเภทงานเขียน เรื่องสั้น, นวนิยาย ผลงานเด่น รวมเรื่องสั้น : วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม, สิงโตนอกคอก แพรวสำนักพิมพ์ (รางวัลซีไรต์) ผลงานรวมเล่ม นิยาย : ตีแผ่ชีวิตสายซึน สำนักพิมพ์ EverY, Good Morning Mr. Bad Love อรุณสวัสดิ์รักร้าย สำนักพิมพ์ EverY, ชายใดเล่าจะแซ่บเท่าแฟนเก่าแม่ สำนักพิมพ์ EverY, รวมเรื่องสั้น : วันหนึ่งความทรงจำจะทำให้คุณแตกสลาย สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม, สิงโตนอกคอก แพรวสำนักพิมพ์

งามพรรณ เวชชาชีวะ เป็นบุตรของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ และ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสดใส เวชชาชีวะ เริ่มการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลยุคลธร และศึกษาต่อระดับประถมที่โรงเรียนกุมารีการุณย์ และโรงเรียนสามมิตร จบการศึกษาะดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจากโรงเรียนสตรีจุลนาคและโรงเรียนศรีวิกรมตามลำดับ เมื่อ พ.ศ. 2524 สอบเข้าศึกษาในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่หนึ่งของคณะและได้รับทุนภูมิพล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกวิชาภาษาฝรั่งเศส (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) พ.ศ. 2528 ก่อนไปศึกษาต่อที่โรงเรียนล่ามและแปลของรัฐบาลเบลเยี่ยม ณ กรุงบรัสเซลล์ พ.ศ. 2530 ได้รับประกาศนียบัตรการแปลชั้นสูง (ฝรั่งเศส – อังกฤษ – อิตาเลียน) จากโรงเรียนล่ามและการแปลของรัฐบาลเบลเยียม กรุงบรัสเซลส์ การ ทำงาน เริ่มการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การแปล ของบริษัท มีเดียโฟกัส ก่อนจะมาเป็นเจ้าของและบรรณาธิการนิตยสารเพื่อนใหม่ นิตยสารสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิลค์โรด พับลิเชอร์ เอเยนซี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์วรรณกรรมให้กับนักเขียนและสำนักพิมพ์ทั่วโลก เป็นผู้บรรยายพิเศษด้านการแปลและเรื่องลิขสิทธิ์ ให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ และเป็นกรรมการตัดสินการประกวดนิทานและเรื่องแต่งสำหรับเยาวชน เป็น ที่รู้จักดีในฐานะนักแปล มีผลงานแปลต่อเนื่องมานานทั้งจากภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาเลียน ตีพิมพ์มาแล้วมากกว่า 20 เรื่อง อาทิ ภิกษุกับนักปรัชญา, คู่มือธุรกิจลิขสิทธิ์, ด้วยรักและช็อกโกแลต, แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี, หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์, แสนสุขเสมอในโปรวองซ์, มาตาปารี เด็กชายจ
ปองวุฒิ รุจิระชาคร เจ้าของนามปากกา ปองวุฒิ เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2525 จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับสอง เริ่มต้นการเขียนนวนิยายเพราะความรักการอ่าน ชอบอ่านหนังสือหลากหลายแนว ต่อมาจนอายุ 15 ปี เขาเริ่มต้นการเขียนด้วยการเขียนไดอารี่ส่วนตัว ก่อนจะเขียนอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยด้วยการส่งเรื่องสั้นส่งไปตีพิมพ์ตามนิตยสาร เช่น ขวัญเรือน เป็นต้น งานเขียนชิ้นแรกที่ออกสู่สายตานักอ่านคือ เรื่องสั้น "ฟ้าหลังฝนที่เปลี่ยน" ตีพิมพ์ในนิตยสารขวัญเรือน ใช้นามปากกาว่า ปองวุฒิ ก่อนจะตีพิมพ์นวนิยายเรื่องยาวครั้งแรกชื่อ "Pornovel" ในอีก 4 ปีต่อมา แรงบันดาลใจในการเขียนของเขามาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เพลง ภาพยนตร์ และงานศิลปะแขนงต่างๆ รับเข้ามากลั่นกรองจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เป้าหมายของเขาในอนาคตคือ การทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีกลุ่มนักอ่านมากขึ้น รวมถึงการทำงานให้มีมาตรฐานและรูปแบบความเป็นสากลมากที่สุด[1] หนังสือในวัยเด็กที่เขาประทับใจจนกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นนักเขียนในทุกวันนี้คือ หนังสือของอกาธา คริสตี้ ไอแซค อาซิมอฟ โรอัลด์ ดาห์ล ส่วนนักเขียนไทยที่เขาชอบคือ วิรัตน์ โตอารีย์มิตร และชาติ กอบจิตติ อีกนามปากกา คือ ปองวุฒิ

อนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554) อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554). เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น