ในความรัก มีความดี และแม้ความดีนั้นจะมองเห็นได้ยาก แต่รัก มักจะแลเห็นเสมอ หม่อมราชวงศ์หญิง แสงระวี…ดอกฟ้าแห่งทิวากร เธอรักษาเกียรติและคุณงามความดีเพื่อวงศ์ตระกูลอันสูงศักดิ์ตลอดมา “หงส์” เช่นเธอ บูชาคุณค่าของความรักมากกว่าเงินตรา “เงินเป็นสิ่งที่ฉันเลือกหลังสุด ถ้าความรักความพอใจยังมีอยู่ในโลกตราบใด เงินต้องเป็นสิ่งสุดท้าย” เพียงแค่ “จุมพิต” เดียว จากชายผู้จองหองคนหนึ่งเท่านั้น ทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลง…โดม ภาสกรณ์ ต้องรับผิดชอบการกระทำที่จองหองถือดีของเขา ด้วยชีวิตทั้งชีวิต! เมื่อเธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา “โดมผู้จองหอง” ชายผู้นี้มีอดีตเป็นคนร่อนเร่พเนจร ชายผู้เคยถูกตราหน้าว่า ไอ้ขี้คุก เดินตะราง เธอต้องจากทิวากรสู่ภาสกรณ์ จากวังทิวาเวศม์สู่เรือนหอหลังน้อย ชีวิตอาจจะดีขึ้นหรือเลวลง อาจจะมั่งมีศรีสุข หรือยากจน เธอยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยมีเคยเป็น สู่อ้อมแขนอันอบอุ่นของเขา “คุณจะไม่ต้องสะอื้นด้วยความทุกข์ ผมสัญญา คุณจะอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมแขนของผม” นี่คือสัญญาของลูกผู้ชายที่จองหองในศักดิ์ศรีของตนเหนือสิ่งอื่นใด หากว่าความรักนั้นเสมือนกุหลาบ ตัวฉันขอเพียงประหนึ่งใบของมัน ชีวิตของเราคงจะงอกงามขึ้นพร้อมๆ กันไป ในสายลมที่สะอื้นคร่ำครวญและร่าเริง มนต์แห่งรักมีอำนาจยิ่งใหญ่ สุขอันใดจะล้นยิ่งไปกว่าสุขอันเกิดจากความรักแท้เป็นไม่มี รักคืออะไร ความสุขอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้ หากในความรักมีความดี และแม้ความดีนั้นจะมองเห็นได้ยาก แต่รักมักจะแลเห็นเสมอ บทประพันธ์เรื่อง “ดอกฟ้า” ของ ก.สุรางคนางค์ ได้สะท้อนถึงความคิดและทัศนคติของผู้คนในช่วงรอยต่อระหว่างค่านิยมเก่าและค่านิยมใหม่ของสัมคมไทย ที่กำลังพัฒนาไปตามความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย และแม้ยุคสมัยนั้นจะผ่านมาถึงยุคสมัยนี้ ที่เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิตอลเข้ามามีบทบาทครอบคลุมวิถีชีวิตของคน หากเขาและเธอ…ดอกฟ้าแห่งทิวากรดวงนี้ และ…โดมผู้จองหองผู้นี้ ยังเป็นภาพที่สะท้อนถึงความงามแห่งสุภาพสตรี และความหยิ่งทะนงในศักดิ์ในศรีของลูกผู้ชายที่นับวันจะหายาก ณ บ้านวรรณกรรม ภาคภูมิใจยิ่ง ที่นำความงดงามแห่ง “ดอกฟ้า” และนำหัวใจอันหยิ่งทะนงในศักดิ์แห่งตน มาวางอย่างบรรจงไว้ในมือผู้อ่านอีกครั้ง