Margins
เพชรพระอุมา book cover 1
เพชรพระอุมา book cover 2
เพชรพระอุมา book cover 3
เพชรพระอุมา
Series · 44
books · 1975-2013

Books in series

เพชรพระอุมา เล่ม 1 ตอน ไพรมหากาฬ book cover
#1

เพชรพระอุมา เล่ม 1 ตอน ไพรมหากาฬ

1975

นี่คือเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหญ่ เมื่อจอมพราน 'รพินทร์ ไพรวัลย์' รับเป็นมัคคุเทศก์นำทางให้คณะนายจ้าง อันมี ม.ร.ว.เชษฐา วราฤทธิ์, ม.ร.ว.หญิง ดาริน วราฤทธิ์ และ พ.ท.ไชยยันต์ อนันตรัย เพื่อตามหาพรานชดน้องชายที่หายสาบสูญไปกับการแสวงหาขุมทรัพย์พระอุมาเทวี จอมมัคคุเทศก์พร้อมสี่พรานคู่ใจ บุญคำ จัน เกิด เส่ย พาคณถนายจ้างสู่ดินแดนอันไม่เคยปรากฏในภูมิศาสตร์โลก บนเส้นทางดงดิบที่พร้อมจะปลิดชีวิตผู้มาเยือนได้ทุกวินาที กล่าวกันว่า หากขุนเขาพระศิวะมีจริง หากขุมทรัพย์พระอุมา ไม่ใช่เพียงตำนานเล่าขาน ผู้ที่จะบุกบั่นนำไปถึงได้ ก็คงจะมีแต่ 'จอมพราน รพินทร์' คนนี้คนเดียวเท่านั้น
เพชรพระอุมา เล่ม 2 ตอน ไพรมหากาฬ book cover
#2

เพชรพระอุมา เล่ม 2 ตอน ไพรมหากาฬ

2004

ครั้นแล้วในพริบตานั่นเอง พรานใหญ่ก็ประจันหน้ากับไอ้มหาวายร้ายอย่างจัง งาสีเหลืองจัด ทอดลงมาเกือบจะลงดิน หูข้างหนึ่งแหว่งขาดเป็นริ้ว ผิวกายสีโคลนหมาดๆ โผล่พรวดออกมาจากดงรวกอันหนาทึบสลับซับซ้อน ทันทีที่ภูเขาลูกนั้นออกมาพ้นกอรวก มองเห็นได้ถนัดตลอดทั้งตัว ก็ดูประหนึ่งว่าโลกรอบด้านจะถูกบดบังมืดมิดด้วยราหู จะมีสติมั่นคงอาจหาญสักเพียงใดก็ตาม บัดนี้ รพินทร์ ไพรวัลย์ มีความรู้สึกเย็นวาบ ตั้งแต่เส้นผมลงไปจนกระทั่งจรดปลายเท้า
เพชรพระอุมา เล่ม 3 ตอน ไพรมหากาฬ book cover
#3

เพชรพระอุมา เล่ม 3 ตอน ไพรมหากาฬ

2004

พรานใหญ่ก็พลันตะลึงพรึงเพริดไปในวาระนั้น ร่างงามอันเปล่าเปลือยของราชสกุลสาวนอนคว่ำหนุนท่อนแขนผึ่งแดดที่ส่องทะลุกิ่งใบไม้ลงมาเป็นจุดพราวจับอยู่บนผิวอร่าม ราวกับท่อนงาสลักกลึงเกลานั้นเทพธิดาไพร ถ้ามีจริงก็คงไม่งามเท่า เลือดในกายของรพินทร์เย็นเฉียบประหนึ่งจะจับเป็นก้อน ความตะลึงของเขา มิใช่อยู่ที่เรือนร่างอันสว่างโพลนหมดจดนั้น หากแต่เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่ง ณ บัดนี้ อยู่ห่างตะโพกกลมกลึงเพียงสองวา มันคืองูเห่าดงตัวมหึมา!!
เพชรพระอุมา เล่ม 4 ตอน ไพรมหากาฬ book cover
#4

เพชรพระอุมา เล่ม 4 ตอน ไพรมหากาฬ

2004

คุณพระช่วย! หล่อนเห็น...ร่างของมนุษย์คนหนึ่งนั่งคร่อมมาบนหลังเสือโคร่งตัวนั้น ป่ารอบด้านดูมืดมิดไปหมด เห็นวาวจ้าอยู่เฉพาะดวงตาสองคู่เท่านั้น มันวิ่งปราดมาที่ต้นตะเคียนซึ่งหล่อนและพรานใหญ่ซ่อนตัวอยู่ มนุษย์หรืออะไรชนิดหนึ่งที่นั่งคร่อมมาบนหลังของมัน ตบมือครั้งหนึ่งแล้วแหงนหน้าชี้ขึ้นมายังคาคบ...ตำแหน่งที่หล่อนแลรพินทร์นั่งอยู่ เสือร้านก็แหงนดวงตาวาวตามขึ้นมาเห็นในบัดนั้น ดารินได้ยินเสียงโฮกสนั่นพร้อมๆ กับร่างของลายพาดกลอนที่พุ่งเผ่นทะยานขึ้นมา แล้วบัดนั้นเอง กัมปนาทของกระสุนดินขับแรงสูงจาก .357 ก็ระเบิดขึ้นกึดก้องใกล้ๆ ตัวหล่อน
เพชรพระอุมา เล่ม 5 ตอน ดงมรณะ book cover
#5

เพชรพระอุมา เล่ม 5 ตอน ดงมรณะ

2004

เชษฐาตะลึงพรึงเพริด เย็นสมองเข้าไปถึงไขสันหลัง เพราะความกะทันหันไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน จากสายตาที่มองผ่านความมืดออกไป เงารางๆ ที่นั่งเกาะไหวอยู่นั้น ทรวดทรงน่าจะเป็นมนุษย์! ถันเปลือยงามสล้างทั้งคู่ กระเพื่อมไหวอยู่น้อยๆ เชษฐาจ้องโดยไม่กะพริบตา แล้วก็ผงะ กายแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเห็นดวงหน้าของ ดาริน วราฤทธิ์ น้องสาวของเขานั่นเอง! ทั้งๆ ที่เจ้าของดวงหน้านั้นอนหลับอยู่ในแค้มป์ ข้างๆ กายเขาในขณะนี้
เพชรพระอุมา เล่ม 6 ตอน ดงมรณะ book cover
#6

เพชรพระอุมา เล่ม 6 ตอน ดงมรณะ

2004

มันจะเป็นสัตว์ประเภทงู หรือประเภทอะไรก็สุดที่จะลงความเห็นได้เสียแล้ว เพราะสัณฐานลักษณะไม่เหมือนกับงูชนิดใดในโลกที่เคยพบเห็นมา บัดนี้ ปลายบุหนี่ของรพินทร์ จ่อสายชนวนระเบิดที่ลูกธนูติดไนโตรฯ แงซายน้าวสายธนูสุดล้า วินาทีเดียวก็ปล่อยออกไป เสียงดังพรึ่บ แล้วมีเสียงขนนกครางตัดอากาศเฟี้ยวก้องออกไป แล้วธนูดอกนั้น ก็ปักสวบเข้าไปติดเด้ข้างลำตัวอย่างพอดิบพอดี แล้วทั้งคนยิงและคนจุดชนวนก็ทรุดตัวลงกลั้นหายใจ! ศึกนี้รพินทร์ไม่สามารถบอกได้ มันจะลงเอยเอาในลักษณะใดแน่ ระหว่างอสูรดึกดำบรรพ์ผู้ปราศจากตีน กับมนุษย์ซึ่งเปรียบแล้วเท่ากับลูกเขียดตัวกระจิริด
เพชรพระอุมา เล่ม 7 ตอน ดงมรณะ book cover
#7

เพชรพระอุมา เล่ม 7 ตอน ดงมรณะ

2004

ร่างที่มีลักษณะเหมือนภาพสัตว์นรกในอบายภูมิอันเกิดจากฝันร้าย แต่ละตัวกำยำดูแข็งแรง เต็มไปด้วยความประเปรียวว่องไวและมากด้วยพลัง ผิวกายเขียวคล้ำเหมือนปกลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ ทาหน้าขาววอก ผมยาวรุงรังเป้นกระเซิงปรกไหล่ที่กว้างหนาประหนึ่่งลิงกอริลล่า มันคือ สางเขียว มนุษย์เผ่าที่ดุร้าย อำมหิตเหนือกว่ามนุษย์เผ่าใดในโลก ทั้งสี่ระดมปล่อยกระสุนจากปืนในมือของตนออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถ ทุกคนบัดนี้ ไม่มีสติหยั่งคิดใดๆ เหลืออยู่อีก สำนึกมีอยู่ประการเดียวเท่านั้น นั่นคือรู้สึกตนเหมือนเผชิญกับฝูงสัวต์ร้ายยิ่งกว่าโขลงไอ้แหว่ง จำต้องใช้การสังหารอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อรักษาตนเอง สุดชีวิต!
เพชรพระอุมา เล่ม 8 ตอน ดงมรณะ book cover
#8

เพชรพระอุมา เล่ม 8 ตอน ดงมรณะ

2004

ทุกคนเห็นร่างขาวเหมือนหยวกร่างหนึ่ง ในลักษณะบูชายัญ ร่างนั้น ถูกมัดติดอยู่ตรงฐานในระหว่างขาทั้งสองของเทวรูป ใช่! มาเรีย ฮอฟมัน แม่สาวผมทองอย่างแน่นอน ทั้่งร่างอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ไม่มีสิ่งใดปกปิดกายแม้แต่นิดเดียว อันเป็นลักษณะเดิมกับที่หล่อนได้ถูกคร่าตัวมาจากธารน้ำ บนศีรษะถูกสวมไว้ด้วยมาลัยดอกไม้ป่า มีช่อเอื้องหลากสี ประดับกันอยู่รอบๆ กาย และทั่วบริเวณที่หล่อนถูกมัดอยู่เต็มไปหมด แลดูประหนึ่ง หล่อนจะเป็นภาพปั้นของเทพีแห่งปวงบุปผาชาติ ฉะนั้น
เพชรพระอุมา เล่ม 9 ตอน จอมผีดิบมันตรัย book cover
#9

เพชรพระอุมา เล่ม 9 ตอน จอมผีดิบมันตรัย

2004

'มันตรัย' ราชปุโรหิต กิตติศัพท์เป็นที่ระบือก่องทั่วแผ่นดินใกล้ไกล เป็นผู้สามารถติดต่อเชื่อมถึงได้ไม่ว่าสวรรค์เบื้องบนและนรกเบื้องต่ำ เป็นผู้เต็มไปด้วยอำนาจกฤติยามนต์ มายามืด เป็นปราชญ์ของปราชญ์ เป็นพ่อมดของพ่อมด และเป็นแทบทุกอย่างในมหาอาณาจักร 'นิทรานคร' เว้นไว้แต่ประการเดียวเท่านั้น ที่มันตรัยไม่สามารถจะบันดาลได้ สิ่งนั้นคือ ไม่สามารถจเป็นที่เสน่หาของมกุฏราชกุมารี 'พันธุมวดี' ด้วยดวงจิตอันโลดเถลิงไปด้วยไฟโมหะและโลภะ กอปรไปด้วยความริษยาอาฆาต...ความล่อสลายแห่งนิทราครจึงอุบัติขึ้น! แลความอำมหิตแห่งมหิทธิฤทธิ์มืดมิด ยังครอบคลุมอีกพันหมื่นปี
เพชรพระอุมา เล่ม 10 ตอน จอมผีดิบมันตรัย book cover
#10

เพชรพระอุมา เล่ม 10 ตอน จอมผีดิบมันตรัย

2004

ที่เห็นแข็งทื่อ สงบนิ่ง และเฉยเมยเท่าๆ กับหินภูเขาก้อนหนึ่งอยู่บนนั้น นั่นแหละ มันคือสิ่งที่จอมพรา และผู้ร่วมคณะทุกคนโรมรันเผชิญหน้ากับมันมาแล้วอย่างโชกโชน โดยไม่สามารถจะกำจัดมันลงได้เลย นอกจาก...หวุดหวิดจวนเจียนจะต้องพลีชีวิตสังเวยมันนับครั้งไม่ถ้วน มันเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกคนคอยระมัดระวัง และจดจ่อหวายระแวงอยู่ จนแทบไม่เป็นอันทำอะไรได้ มันล่ะ เจ้ากาฬพยัคฆ์! ไอ้โคร่งตัวดำขนาดม้าลูกผสม ร่างอันเต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์อำนาจ มันคือ...ภาคหนึ่งของเข้าผีดิบมันตรัย ผู้แก่กล้าอาคม!
เพชรพระอุมา เล่ม 11 ตอน จอมผีดิบมันตรัย book cover
#11

เพชรพระอุมา เล่ม 11 ตอน จอมผีดิบมันตรัย

2004

เสียงกรีดอย่างสุดเสียง ดังมาจากร่างอันดิ้นรอยู่ไหวๆ นั้น และจากอาการดิ้นรนกับเสียงนั้นเอง ดูเหมือนจะเป็นการเรียกเร่งให้เจ้าของสายใยที่ขึงไว้ เคลื่อนตัวงุ่มง่ามจากหินผาฝั่งตรงข้าม ไต่สายใยตรงเข้ามาที่เหยื่อเร็วขึ้นอีก มันเป็นลักษณะลูกกลมขนาดใหญ่และเล็กเรียวต่อกันสองก้อน ส่วนที่เล็กเป็นหัว และส่วนใหญ่คือลำตัว ประกอบไปด้วยขายาวโค้ง ซึ่งแผ่ออกไปเป็นรัศมีรอบตัวแปดขา นัยน์ตาทั้งคู่แดงก่ำ แวววาวเหมือนทับทิม มีขนปุกปุยเป็นสีเทาไปหมดทั้งตัว! รพินทร์แตะไกและเล็งไปยังแปดขาขนาดยักษ์นั้น เขายิ่งเขม็งเมื่อเห็นถนัดตาว่า เจ้าของเสียงนั้นคือใคร!
เพชรพระอุมา เล่ม 12 ตอน จอมผีดิบมันตรัย book cover
#12

เพชรพระอุมา เล่ม 12 ตอน จอมผีดิบมันตรัย

2004

เสียงพรึบ! มันทำลายความเงียบขึ้นอย่างจู่โจมที่สุด จอมพรานหันขวับ เงาดำมืดเป็นรูปปีกที่กางแผ่กว้างก็ถลันเข้าถึงตัว เขาย่อตัลาต่ำ เรี่ยวแรงมีเท่าไหร่ก็ทุ่มลงไปในหอกไม้ และเสือกสวนขึ้นไปเต็มเหนี่ยว มันปักสวบเข้าไปกลางอกของเจ้าสิ่งนั้นอย่างถนัดถนี่ แล้วหักสะบั้นด้วยความแรงที่ันถาโถมเข้าใส่ ร่างของเขาเองและบุญคำ หงายหลังก้นกระแทกลงกับพื้น พร้อมกันนั้นก็ปรากฏเสียงร้องกรี้ดแหลมสะท้านไปทั้งหน้าผา หูไม่ได้ฝาด เสียงนั้นเป็นเสียงของมนุษย์หญิง ที่ได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส!
เพชรพระอุมา เล่ม 13 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร book cover
#13

เพชรพระอุมา เล่ม 13 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร

2004

สตรีสาวนางนั้น งามจากเส้นผมจรดปลายเท้า เยี่ยงนางในสามโลกของวรรณคดี ฉวีกายของนางเปล่งปลั่งผุดผ่องดูนุ่มเนียนราวกับกลีบกุหลาบเมื่อแรกแย้มรับแสงอรุณ เบื้องอุระประเทศอันเปลือยเปล่า ประดับไว้แต่เพียงสังวาลเพชร และสายใข่มุก ประทุมถันเต่งตั้งชูชันงามสะพรั่งเกลี้ยงเพลาประดุจสลักเสลาด้วยงาช้าง และมีปลายยอดเป็นสีชมพูเรื่อ ความงามอันสูงส่งสาดให้โลกที่พบเห็นตะลึงลานนั้น อยู่ในอาภรณ์เครื่องประดับนางกษัตริย์เพียบพร้อมไปด้วย ถนิมพิมพาภรณ์จากเส้นเกศาลงไปจนกระทั่งปลายบาท มงกุฎที่ประดับด้วยแก้วเก้า สังวาล ทับทรวง ทองกร ธำมรงค์ ปลอกแขน แพรวพราววาววับไปหมด แขนทั้งสองวางราบแนบสนิทอยู่ชิดกายในท่านิทราอันสงบ ภายใต้ครอบแก้วอันเป็นโลกน้อยๆ ของนางนี้ มลังเมลืองสดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผิดกับสภาพอันเก่าแก่ปรักหักพังที่แวดล้อมอยู่เบื้องนอก ประหนึ่งว่าจะรักษาความเป็นอมตะไว้ชั่วนิรันดร์
เพชรพระอุมา เล่ม 14 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร book cover
#14

เพชรพระอุมา เล่ม 14 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร

2004

เงาที่กระทบแสงแดดที่สาดส่องแง่หินลงมาแลเห็นชั่วแวบเดียวว่าเป็นสีเหลืองฟาง ตะกายสวนย้อนมาตามช่องทางนั้น พร้อมกับปากอ้าแดงฉานแลเห็นเขี้ยวคู่บนขาววับราวกับดาบ ไชยยันต์...บัดนี้ตะลึงพรึงเพริด ยกปืนขึ้นไม่ทัน และไอ้มฤตยูเขี้ยวดาบตัวขนาดสิ่งโตเขื่องๆ ก็พุ่งเลยรพินทร์กับเชษฐาตรงไปที่เขาพอดี อดีตนายทหารปืนใหญ่ร้องตวาดลั่นออกไปสุดเสียง ไม่เจตนาอะไรทั้งนั้น นอกจากความตกใจ แล้วหงายหลัวตึง เจ้าสัตว์ร้ายคำรามสนั่น กระโจนข้ามศรีษะของเขาเลยออกไปอย่างหวุดหวิด แล้วกระสุนขนาด .357 แม็กฯ ก็ดังสะเทือนหูเขาอีกครั้ง!
เพชรพระอุมา เล่ม 15 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร book cover
#15

เพชรพระอุมา เล่ม 15 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร

2004

เจ้าสัตว์ดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสาร์ตนนั้น มันไม่ใช่สัตว์ประเภทมีเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย อย่าง "ไอ้กุด" เสือร้ายมหากาฬ "ไอ้มหิงสา" หรือว่า "ไอ้แหว่ง" ราชันย์แห่งช้าง ดังนั้นความหวั่นเกรงว่าจะถูกเล่ห์กล จึงเป็นอันหมดปัญหาไปคงมีแต่อย่างเดียวเท่านั้นคือถ้าประจันหน้าพบเห็นกันเข้าเมื่อใด ทำอย่างไรจึงจะสังหารมันได้อย่างฉับพลันเฉียบขาด ก่อนที่ฝ่ายมนุษย์ทุกคนจะเพลี่ยงพล้ำขึ้น สำหรับสัตว์ที่ทรหดอดทนและตายยากเช่นนี้
เพชรพระอุมา เล่ม 16 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร book cover
#16

เพชรพระอุมา เล่ม 16 ตอน อาถรรพณ์นิทรานคร

2004

ร่างอันกลมอ้วน เต็มไปด้วยความน่าเกลียดมากกว่าที่จะน่าเอ็นดูอย่างลูกนกธรรมดาทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดวงตาขนาดเท่าลูกรักบี้ ที่ฝังอยู่ในกรอบตาอันประกอบประดับไปด้วยขนหร็อมแหร็มเหล่านั้น และจะงอยปากที่ฉีกคว่างผิดส่วนตรงขอบมุมใน อันแสดงให้เห็นว่ายังมีอายุออกจากใข่เพียงไม่กี่วันนัก บัดนี้...ดวงตาของเจ้านกตัวหนึ่งหันมาเห็นเข้าพอดี! คนที่ตกนรกอบายภูมิ และต้องเผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัวหวาดสยองสารพัดชนิดมีอยู่เช่นไร ก็คือความรู้สึกของรพินทร์ ไพรวัลย์ในยามนี้ มันคือมัจจุราชชัดๆ เพียงแต่เป็นมัจจุราชผู้ไร้เดียงสาเท่านั้น!
เพชรพระอุมา เล่ม 17 ตอน ป่าโลกล้านปี book cover
#17

เพชรพระอุมา เล่ม 17 ตอน ป่าโลกล้านปี

2004

เงาปีกอันเป็นพืดหนังประกอบด้วยเล็บอันแหลมคม กระพือตัดอากาศตรงเข้ามาราวกับลมเพชรหึง ห่างขึ้นไปเบื้องบนศรีษะไม่เกิน 100 หลา แต่ละปีกที่กางแผ่ออกไปนั้น ยาวเหยียดรวม 20 ฟุต จะงอยปากอันแหลมคมยาวเป็นวา เหมือนอีกาปากเหล็กในอบายภูมิที่จิตรกรวาดเอาไว้ และหงอยยาวงอนโค้งเหนือศรีษะเป็นตะขออยู่เบื้องหลัง "กระจายออก ยิงปะทะไว้เร็ว" ระพินทร์ตะเบ็งเสียงแข่งกับลมปีกทีอื้ออึงอยู่เหนือศรีษะ และเสียงกรีดที่ร้องประดุจเปรตขอส่วนบุญก้องไปหมดนั้น พร้อมกับผลักดาริน ผู้มัวยืนตะลึงจ้องตาค้างอยู่ ศรีษะปักหลุนๆ จากท่าที่ยืนจังงังเป็นเป้าเด่นอยู่เข้าไปที่โคนไม้ใหญ่ข้างทางเสียงแช่ส่ำ ประสานไปกับเสียงระเบิดของกระสุนที่กระหน่ำสู่เป้าหมาย "เทอโรซอร์" อสูรกายเวหา! ที่กำลังไล่ล่ามนุษย์ทุกชีวิตอย่างกระหายหิว!
เพชรพระอุมา เล่ม 18 ตอน ป่าโลกล้านปี book cover
#18

เพชรพระอุมา เล่ม 18 ตอน ป่าโลกล้านปี

2004

ท่ามกลางฝูงสีดำเป็นพืดราวกับกระแสน้ำบ่าของไอ้ลิงดำนับร้อยที่แวดล้อมอยู่นั้น เกือบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่พรานใหญ่ "รพินทร์" คิดค้นหาทางอยู่คนเดียวเบื้องหลัง โดยที่ไม่มีพรรคพวกคนใดรู้เห็นหรือเฉลียวใจคิดว่า บัดนี้เขาออกพ้นจากการควบคุมของไอ้ฝูงทโมนเหล่านั้นแล้ว เจ้ากะเหรี่ยงโฉมงามแงซายผู้เดินนำเคียงคู่ไปกับคะหยิ่นเบื้องหน้า ก็มีอะไรอยู่ในความคิดชนิดที่ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้เช่นกัน ทุ่งหญ้ากำลังมองเห็นอยู่เบื้องล่างต่ำลงไป สองฝั่งสลับไปด้วยก้อนหิน แงซายเริ่มเดินหลีกเบี่ยงลงริมทาง เฉออกนอกเส้นด่าน ปะปนไปกับฝูงที่เดินขนาบทีละน้อย และเริ่มไกลแยกห่างออกไปเป็นลำดับ และชั่วอึดใจต่อมา กว่าที่พรรคพวกทุกคนจะไหวทัน ร่างของเจ้าองครักษ์พิเศษของ "ดาริน" ก็อันตรธานหายไปจากสายตาของทุกคนเสียแล้ว ท่ามกลางพุ่มพงและก้อนหินที่แวดล้อมรอบด้าน อันเต็มไปด้วยไพร่พลลิงเหล่านั้น
เพชรพระอุมา เล่ม 19 ตอน ป่าโลกล้านปี book cover
#19

เพชรพระอุมา เล่ม 19 ตอน ป่าโลกล้านปี

2004

ภูมิประเทศที่จะบ่ายหน้าไป มองดูผาดๆ น่าจะคิดได้ว่าไปได้ง่ายที่สุด เพราะแลเห็นโล่งตลอดไปหมด แม้จะสลับไปด้วยที่ราบสูงและที่ราบลุ่มต่ำก็ตาม เพราะถึงอย่างไรก็มีทิวเขาสูงยันเมฆเหนือขึ้นไปเป็นเครื่องสังเกตอยู่แล้ว แต่อย่างไรเสีย พรานใหญ่ผู้ชำนาญป่าอย่าง "รพินทร์" ก็ย่อมจะประมาทและมองข้ามในสิ่งที่มาเรียบอกไปเสียมิได้ และออกรู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ให้เป็นเขาสูงหรือป่าดงดิบขวางกั้นหน้า พรานอย่างเขาก็ยังสะดวกใจเสียกว่า เพราะลักษณะของต้นไม้หรือหุบห้วยย่อมเป็นเครื่องชี้บอกได้ แต่ในพื้นที่โล่งแลเห็นท้องฟ้าครอบเป็นกระทะคว่ำอยู่รอบตัว ประหนึ่งเรือที่แล่นอยู่ในห้วงมหาสมุทรเช่นนี้ มันอาจทำให้สำคัญผิดหรือหลงได้ง่ายกว่า และภูมิประเทศอันคลุมเครือน่าคิดเช่นนี้ เขาก็ไม่เคยเดินผ่านมาก่อน สิ่งที่น่าเกรงที่สุดคือภาพลวงตา!
เพชรพระอุมา เล่ม 20 ตอน ป่าโลกล้านปี book cover
#20

เพชรพระอุมา เล่ม 20 ตอน ป่าโลกล้านปี

2004

รพินทร์ตวัดร่างนั้นเข้ามาสวมกอดประทับไว้แนบอก จูบพวงแก้มอันแดงปลั่งนั้นเต็มแรงรัก แรงรอคอยโอกาสมานานแสนนาน เพลงรักอันแสนหวานของชาวเขา ซึ่งไม่ได้ยินเสียนาน บัดนี้มันเจื้อยแจ้ววิเวกหวานขึ้นมาอีกครั้งอย่างคนรู้แก่นใจของกันและกัน ในสภาพอันชื่นมื่น อิ่มเอิบใจ ซึ่งน้อยครั้งนักที่จะเข้ามาครอบอารมณ์คนที่มีชีวิตแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ทั้งคู่มองตากันเหมือนจะประทับแผ่นภาพของแต่ละฝ่าย เข้าไปพิมพ์ผนึกไว้กลางแก่นใจตลอดชั่วนิรันดร์กาล โดยไม่มีอะไรมาลบเลือนไปได้เลย...แม้แต่ความตาย!
เพชรพระอุมา เล่ม 21 ตอน แงซายจอมจักรา book cover
#21

เพชรพระอุมา เล่ม 21 ตอน แงซายจอมจักรา

2004

รุษหนึ่งผู้มีรูปโฉมงามปานเทพ ทอดเนตรประดุจสีเหล็กมองมา ริมโอษฐ์คู่นั้นประหนึ่งจะแย้มน้อยๆ ขณะนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่า ทุกคนที่ยืนม้าอยู่จะลงจากหลังม้าจนหมดสิ้นแล้ว เพื่อคุกเข่าลงพื้นถวายคารวะ ฝ่ามือที่แบเหยียด ชูสูงรับแสงอาทิตย์ของเขา เกิดประกายประหลาดหลากๆ สี และมีเสียงคำรณแว่วมาแต่ไกลทางด้านเทวาลัยอันเป็นที่สถิตของประสาทพระอุมาเทวี ตะวันที่เพิ่งจะโผล่พ้นทิวเขามาเล่า ก็สำแดงปรากฎการณ์ทรงกลดเป็นวงกลม ดูเป็นที่ประหลาดมหัศจรรย์นัก พวกเขาทั้งหลายพากันทรุดกายลงคุกเข่า เอาปลายดาบปักกับพื้น เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูง เยี่ยงข้าทหารจะพึงปฎิบัติต่อกษัตริย์ ผู้เป็นจอมทัพ ฉะนั้น!
เพชรพระอุมา เล่ม 22 ตอน แงซายจอมจักรา book cover
#22

เพชรพระอุมา เล่ม 22 ตอน แงซายจอมจักรา

2004

นักมานุษยวิทยาสาวบอกกับตนเองว่า หล่อนไม่เคยเห็นหญิงสาวคนใด อวบใหญ่ สมบูรณ์ราวกับชายฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อนเลย ทุกสัดส่วนแข็งแรงสมส่วน เนื้อแน่นเต็มไปด้วยพละกำลัง...ขนาดมาเรีย ฮอฟมัน ซึ่งเคยเห็นกันว่า...อวบสมบูรณ์ที่สุด ยังไม่อาจเทียบ "เมยานี" ธิดาแห่งอรชุนผู้นี้ได้ เอวกลม สะโพกหนา แขนขาอวบใหญ่ อกพุ่งตระหง่าน ส่วนสูงของหล่อน เกือบจะเท่าส่วนสูงโดยเฉลี่ยของทหารชาวมรกตนคร และฝ่ามือของแม่สาวเลือดนักรบนั้นเล่า หาได้นุ่มนิ่มเหมือนมือสตรีทั่วไปไม่ มันสากกระด้างไปด้วยด้ามของสรรพาวุธทุกชนิด เมยานีเผยรอยยิ้มให้เห็นไรฟันขาวงาม จากริมฝีปากที่บางเฉียบคมเป็นมุกกระจับนั้น พร้อมผายมือลงไปยังสรีรกายแห่งตนเอง กึ่งภาคภูมิใจ กึ่งโอ่อวดโฉม ซึ่งเจ้าตัวก็คงตระหนักในความงามสมบูรณ์ไปทุกสัดส่วนของตนเองเช่นกัน!
เพชรพระอุมา เล่ม 23 ตอน แงซายจอมจักรา book cover
#23

เพชรพระอุมา เล่ม 23 ตอน แงซายจอมจักรา

2004

เกิดมาเยี่ยงวกษัตริย์ขัตติยราช แต่อนิจจา...อนาจนัก ต้องพลัดพรากถิ่นฐานแหล่งกำเนิด ซมซานพเนจรไปทั่วเขตแคว้นแดนกันดาร ทุกหุบห้วยละหานลำเนาไพร ข้าบุกบั่นไปปิ่มเลือดตากระเด็น มีดวงดารากรแทนประทีปส่อง ฝากอนาคตไว้กับหมู่เมฆอันเลื่อนลอย สุริยา...ประทานพลังฤทธิ์ให้แก่ข้า จันทราเปรียบเสมือนเพื่อนใจ หากสวรรค์ส่งข้ามาเกิดแล้วจริงแล้วไซร้ ข้าคงกลับคืนไปสู่เจ้าได้สมจินต์ รอข้าก่อน อาณาจักรสีทอง อันผ่องใส "รอข้าก่อน" ...ประชากรทั้งหลาย และ "รอข้าก่อน" ...ศัตรูหมู่อมิตร "ข้า" กำลังจะกลับไป...กลับไป...กลับไป...
เพชรพระอุมา เล่ม 24 ตอน แงซายจอมจักรา จบภาค book cover
#24

เพชรพระอุมา เล่ม 24 ตอน แงซายจอมจักรา จบภาค

2004

"ผู้กองที่รัก..." กระแสดำรัสนั้นสั่นเครือ "ในชีวิตของจักราช จำได้ว่าเสียน้ำตาเพียงสองครั้งเท่านั้น ครั้งแรกเมื่อราชวงศ์เทพถูกโค่น พระบิดาถูกปลงพระชนม์ พระชนนีสวรรคตกลางป่า ส่วนครั้งที่สอง คือครั้งที่คนชื่อ "รพินทร์ ไพรวัลย์" จากไป...เป็นการจากอย่างชนิดที่ไม่ได้พบกันอีกแล้ว ผมไม่มีอะไรจะให้ผู้กองไว้ดูต่างหน้า นอกจากสิ่งนี้เท่านั้น สิ่งที่ติดตัวผมมาแต่เกิด โปรดรับไว้เถิด นี่คือสัญลักษณ์ของ "แงซาย" หรือ "จักราช" รับสั่งจบ ก็ทรงถอดเหรียญทองคำที่ห้อยพระศออยู่ยัดเยียดลงในฝ่ามือของรพินทร์ เมื่อจอมมัคคุเทศก์แบออกดูก็ตะลึงงัน มันคือตราประจำองค์ยุพราชแห่งราชวงศ์เทพ อันทำเป็นรูปดวงสุริยากำลังเปล่งรัศมี รพินทร์ ไพรวัลย์เอง บัดนี้น้ำตาซึม เขาพิจารณาอยู่นาน ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น แล้วบรรจงหย่อนลงกระเป๋าเสื้อ ชิดเท้าตรง วัทยาหัตถ์อีกครั้ง "เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ข้าพระบาทจะขอเก็บตราประจำพระองค์นี้ไว้กับตัวตลอดไป"
เพชรพระอุมา เล่ม 25 ตอน จอมพราน book cover
#25

เพชรพระอุมา เล่ม 25 ตอน จอมพราน

2004

ผู้คนยกย่องว่าเขาคือสุภาพบุรุษ และตํานานอันยิ่งใหญ่แห่งพงไพร นาม "รพินทร์ ไพรวัลย" นั้น เกริกเกียรติเกรียงไกร เขารู้จัก "ป่า" ทุกตารางนิ้ว คุ้นเคยกับสัตว์ทุกชนิดในป่าดงดิบแถบนี้ พวกมันรู้จักหน้าและจํากลิ่นเขาได้ทุกตัว เขาคือ "เจ้าป่า" อย่างแท้จริง และเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเพียงผู้เดียวที่บุกบั่นเข้าไปจนถึงความลี้ลับเบื้องหลังเทือกเขาพระศิวะ พร้อมทั้งนําคณะภายใต้ความรับผิดชอบกลับคืนออกมาได้ จึงไม่แปลกอะไร หากหนึ่งเดียวเช่นเขา จะได้รับการยกย่องจากทุกป่าให้เป็น "จอมพราน" แห่งไพรกว้าง
เพชรพระอุมา เล่ม 26 ตอน จอมพราน book cover
#26

เพชรพระอุมา เล่ม 26 ตอน จอมพราน

2004

ภาพที่ประทับใจ หม่อมราชวงศ์หญิงดาริน วราฤทธิ์ ที่สุดคือ ภาพของชายร่างสันทัดในชุดเสื้อกางเกงผ้าเวสต์ป๊อยต์ หมวกของเสือพรานที่พับปีกขึ้นข้างหนึ่ง หน้ากร้านเป็นมันไปด้วยเหงื่อ ตากร้าวคมเฉียบ และริมฝีปากบางที่ยากนักจะปรากฎรอยยิ้ม ราวกับใบหน้าที่สร้างขึ้นด้วยหิน มือถือไรเฟิลเดินงุดๆ ราวกับตามควายหายอยู่ในดงทึบ ไม่พูดจากับใครโดยไม่จําเป็น เอาแต่เดิน และโบกมือเป็นสัญญาณให้ตามอย่างเดียว บนความแข็งกระด้าง และไม่แยแสกับอะไรทั้งสิ้น บางขณะหล่อนก็อาจค้นพบอารมณ์หวานอ่อนโยนแฝงอยู่อย่างลึกล้า และในกลางป่าดงพงไพร ไม่ว่าจะกันดารสาหัสสักเพียงใด เขาคือ "เจ้าแห่งอาณาจักรไพร" โดยแท้
เพชรพระอุมา เล่ม 27 ตอน จอมพราน book cover
#27

เพชรพระอุมา เล่ม 27 ตอน จอมพราน

2004

"คิดถึง...เหลือเกิน" ...รพินทร์พูดออกจากแก่นแท้ของหัวใจจริงของเขา ดารินผละใบหน้าออก กายยังเอนทับอยู่บนตัก แขนข้างหนึ่งโอบรอบคอไว้ นิ้วชี้ของอีกมือแตะเบาๆ มาที่ริมฝีปาก กระซิบตอบช้าๆ "โก...หก" รพินทร์จูบอีกครั้ง ครั้งนี้...หนักหน่วงและนาน ทั้งสองกอดรัดกันแน่น ประดุจจะกลืนเป็นร่างเดียว ฝ่ามือของเขาลูบไล้ไปตลอดทั้งแผ่นหลังของเธอ เหมือนจะพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าร่างที่อยู่ในอ้อมแขนในขณะนี้คือ แม่ดอกฟ้าดาริน หาใช่ความฝันเพ้อของตนเอง ที่สร้างให้เกิดเป็นภาพมายาขึ้นมาไม่!
เพชรพระอุมา เล่ม 28 ตอน จอมพราน book cover
#28

เพชรพระอุมา เล่ม 28 ตอน จอมพราน

2004

ตลอดเรือนร่างของอิสซาเบล มูร์ เปลือยเปล่าปราศจากอาภรณ์ใดแม้สักชิ้นเดียว ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่กับที่ มือข้างหนึ่งยังถือบราเซียร์ค้างอยู่ เสื้อผ้าที่ถอดออกจากกายยังกองรวมอยู่กับพื้นข้างตัว อกชะเงื้อมราวภูเขาที่เคยซ่อนอยู่ในเสื้อคอวี กว้างลึก บัดนี้ กระจ่างตา แต่นั่น...หาใช่สิ่งที่ทําให้หัวใจเขาแทบจะหยุดเต้นไม่ อีกสิ่งหนึ่งต่างหาก ที่ทําให้ตัวของพรานใหญ่ ชาดิก มือกระชับปืนมั่น มันคือจงอาง! ลําตัวขนาดหน้าแข้งของผู้ชายร่างใหญ่ มัจจุราชร้าย ผู้ไม่มีตีนแห่งดงดิบ!
เพชรพระอุมา เล่ม 29 ตอน ไอ้งาดำ book cover
#29

เพชรพระอุมา เล่ม 29 ตอน ไอ้งาดำ

2004

เสียงปืนรัวดังกึกก้องไปหมด ราวกับเกิดสงคราม เป็นเสียงการระดมยิงอย่างถี่เร็วที่สุด จากบรรดาพรานพื้นเมืองคู่ใจของรพินทร์ ป่าไผ่รอบด้าน เต็มไปด้วยศีรษะมหึมาโผล่ประดังเข้ามาทุกเส้นทาง จนแลดูมืดสนิทอึงอล ความโกลาหลอลหม่านขีดสุด พื้นดินสะเทือนไปหมดทุกตารางนิ้ว ราวกับเกิดแผ่นดินไหว สรรพสําเนียงอื้ออึงในยามนี้ แยกไม่ถูกว่ามันเป็นเสียงอะไรบ้าง ประสาทสัมผัสบอกเพียงว่า โดนโขลงของวายร้าย "ไอ้งาดํา" บุกเข้าให้แล้ว!
เพชรพระอุมา เล่ม 30 ตอน ไอ้งาดำ book cover
#30

เพชรพระอุมา เล่ม 30 ตอน ไอ้งาดำ

2004

ในมนต์มืดของทางตะวันออก มีอาคมอยู่ชนิดหนึ่งเรียกว่า "หัวใจคชสาร" ถ้าใครมีกฤติยาอาคมแก่กล้าจริง ก็สามารถใช้วิชาการชนิดนี้ เรียกเอาช้างทั้งหมดให้มาใช้งานเป็นทาสได้ ช้างแต่ละตัวที่ยกโขลงเข้าบุกตะลุยเรา มันเป็นช้างที่ผีลง ถูกมนต์บังคับให้มาฆ่าเรา มี "ไอ้งาดํา" เป็นจ่าโขลง มันและซากมัมมี่อันมีลักษณะเป็นนักรบสูงใหญ่ตนนั้น ต้องมีส่วนสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุดกับวิญญาณร้ายของมันตรัย วิญญาณร้ายของจอมขมังเวท ยังไม่พินาศจริงๆ หรือนี่!
เพชรพระอุมา เล่ม 31 ตอน ไอ้งาดำ book cover
#31

เพชรพระอุมา เล่ม 31 ตอน ไอ้งาดำ

2004

รพินทร์ ไพรวัลย์ ปวดร้าวไปหมดทั้งหัวใจ ปวดเจ็บยิ่งกว่าภาวะทางร่างกายของเขาในขณะนี้หลายเท่านัก ตาคงหลับ มือประสานวางบนอกเช่นนั้น กระแสเสียงเพลงลึกลับ ดังแผ่วได้ยินทั้งประสาทหู และในเจตสิกสดับเนื้อความได้หมดทุกคํา... 'สวดมนต์ส่งพรวอนฟ้า ขอนิทราแนบเธอนิรันดร์ ถอดหัวใจ ถ่ายสัมพันธ์...ฝากกัน สั่นฤทัย หวั่นใจคะนึง ติดตรึงมั่นในหัวใจคร่ำครวญ เธออยู่ไหน เธออยู่แห่งใด ถึงไม่ คืนมา'... "ผมอยู่ นี่ครับคุณหญิง อยู่กลางเหวลึก และกําลังจะตาย คงกลับคืนไปไม่ได้อีกแล้ว" ... ฝากลม พลิ้วพรมโชยผ่าน ฝากธาร พฤกษ์ไพรไม้ป่า ช่วยกล่อมวิญญา ช่วยปลอบทิวา ถวิลหาเธอ...
เพชรพระอุมา เล่ม 32 ตอน ไอ้งาดำ book cover
#32

เพชรพระอุมา เล่ม 32 ตอน ไอ้งาดำ

2004

ที่พูรากไม้ใหญ่ อันมีรอยแกะสลักไว้เป็นตัวอักษร ดารินทรุดตัวลงนั่งบังไว้เสีย เพื่อไม่ให้คนอื่นๆ เห็น เพื่อที่จะจดจำข้อความนั้นไว้กลางใจเงียบๆ คนเดียว ข้อความนั้น?อีกสักร้อยปี ถ้าไม่มีใครมาถากถางเนื้อไม้บริเวณนั้นออก มันก็ยังคงปรากฏอยู่ว่า "ลาก่อน ดารินยอดรัก เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว และแม้ว่าวิญญาณฉันจะออกจากร่าง ไม้นี้จงเป็นพยานเถิด ว่าจะขอรักไปทุกชาติทุกภพ รพินทร์ ไพรวัลย์?"
เพชรพระอุมา เล่ม 34 ตอน จิตรางคนางค์ book cover
#34

เพชรพระอุมา เล่ม 34 ตอน จิตรางคนางค์

2004

รพินทร์...เป็นความจริงตามที่มันตรัยได้บอกไว้กับฉันหรือ ว่า...อดีตแต่ปางบรรพ์ เธอคืออัคนีรุทร์ กษัตริย์ ผู้กระหายเลือด ฉันคือ...จิตรางคนางค์ มกุฎราชกุมารีแห่งนิทรานคร ผู้หลงรักเธอฝ่ายเดียว มิหนําซ้ำ เธอยังเป็นอริราชศัตรูผู้ปลงพระชนม์พระราชบิดาฉันในสนามรบ ทุกประโยคทุกข้อความที่มันตรัยบอกเล่าไว้ มันยังก้องอยู่ในสมองฉันทุกขณะ ดารินถอนใจลึก พยายามสลัดความนึกคิดอันวกวนออกไปจากดวงจิต หลับตาลงอย‹างโหยละเหี่ยสุดจะทุกข์ระทมใจ...
เพชรพระอุมา เล่ม 35 ตอน จิตรางคนางค์ book cover
#35

เพชรพระอุมา เล่ม 35 ตอน จิตรางคนางค์

2004

ร่างงามของคริสติน่าท่อนบนยังอยู่ในแจ็กเกตหนัง ท่อนล่างเป็นกางเกงหนา แต่ผ้ายืดแบบชุดวอร์ม หล่อนหยุดยืนสูดลมหายใจบริสุทธิ์ยามเช้า แล้วควักบุหรี่ออกมาสูบช้าๆ เขาพิศดูทรวดทรงอันยืนเด่น เพ่งมองสัดส่วนอันงดงาม อย่างประทับใจอยู่เช่นนั้น ความรัก บัดนี้ท่วมท้นเสียแล้วสําหรับหนุ่มไทย หล่อนคือ "ของเขา" และจะต้องเป็น "ของเขา" ตลอดไป หัวใจมันร่ำร้องอยู่เช่นนั้น รสเสนหาที่ผ่านมาในถ้ำเมื่อคืนวาน ดื่มด่ำากําซาบทรวงขีดสุด ชนิดที่เขาไม่เคยได้พบจากผู้หญิงคนใดมาก่อน
เพชรพระอุมา เล่ม 36 ตอน จิตรางคนางค์ book cover
#36

เพชรพระอุมา เล่ม 36 ตอน จิตรางคนางค์

2004

ตำแหน่งที่ทีมค้นหาระเบิดนิวเคลียร์กากบาทไว้ อันหมายถึงจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อแล้วหายไปราวกับสาบสูญนั้น มันอยู่ตรงบริเวณเทือกเขานิลกาญจน์นั่นเอง ซึ่งไปอีกไม่ไกลนัก ก็คือ เทือกมหาบรรพตใหญ่ทะยานเยี่ยมฟ้า ขวางเนินกำแพงมหึมากั้นโลกอยู่ และนั่นคือเทือกเขาพระศิวะ... มรกตนคร อาณาจักรในแดนสนธยาของแงซาย หรือจักราชแห่งราชวงศ์สุริยเทพ! "มาเถอะครับผู้กองรพินทร์...จงมาตามนี้ รักแท้หนึ่ง มิตรแท้อีกหนึ่ง รอคอยผู้กองอยู่ที่นี่ ถ้าผู้กองไม่สิ้นลมปราณไปเสียก่อน!"
เพชรพระอุมา เล่ม 38 ตอน นาคเทวี book cover
#38

เพชรพระอุมา เล่ม 38 ตอน นาคเทวี

2004

"สตรีผู้นั้น แม้ในชาติภพนี้จะเกี่ยวพันเป็นน้องสาวของสู แต่อดีตชาติปางบรรพ์ นางมีพันธะผูกพันกับตู นางคือจิตรางคนางค์ เชษฐภคินีของพันธุมวดี ที่พวกสูปลดปล่อยไปครั้งนั้น" ครั้งนี้ ทั้งเชษฐาและไชยยันต์ได้สดับนาม "จิตรางคนางค์" ชัดเจน ฟังดูมันเป็นสิ่งเร้นลึกและลี้ลับ แฝงซ่อนความนัยเหลือประมาณ หากอะไรก็ไม่สําคัญเท่ากับข้อเสนอของมัน ที่พร้อมจะถอนไพร่ พลผีดิบซากมัมมี่หมื่นแสนปีที่รายล้อมไว้รอบด้าน วิญญาณร้ายอมตะปรารถนาจะได้ตัว...จิตรางคนางค์ มันจะไม่ยุ่งยากเลย หากจิตรางคนางค์ ไม่ใช่ "ดาริน วราฤทธิ์" ในภพชาติปัจจุบัน!
เพชรพระอุมา เล่ม 41 ตอน แต่ปางบรรพ์ book cover
#41

เพชรพระอุมา เล่ม 41 ตอน แต่ปางบรรพ์

2004

ทุกภาพเหล่านั้น ยิ่งเพ่งมองก็ราวกับว่าจะมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ ล้วนเป็นภาพที่รพินทร์เหมือนจะเคยผ่านพบมาแล้วในอดีตปางบรรพ์ บางขณะเป็นเสียงเพลงพิณอันไพเราะจับจิต บางขณะเป็นเสียงโห่ร้อง สรรพอาวุธประกระทบกัน เสียงร้องโอดโอยของผู้ต้องคมอาวุธ เสียงพระเพลิงที่โหมฮือลุกไหม้เผาผลาญ ฝีเท้าม้ายตะลุย โกญจนาทกึกก้องของคชสารศึก เสียงดอกธนูหวีดแหวกอากาศ เสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ของสตรี เสียงบงการโหดเหี้ยมให้ฆ่าฟัน...ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! สรรพสําเนียงเหล่านี้โกลาหลอลหม่านไปหมด
เพชรพระอุมา เล่ม 42 ตอน แต่ปางบรรพ์ book cover
#42

เพชรพระอุมา เล่ม 42 ตอน แต่ปางบรรพ์

2004

คิดไปไม่ถึงเลยสักนิดว่าเรื่องราวแต่ปางบรรพ์ในนิทรานคร จะมาเกี่ยวเนื่องผูกพันกับตัวหล่อนเอง และชายอันเป็นที่รักในชาตินี้อย่างแน่นแฟ้นที่สุด ถ้าเหตุการณ์ได้เป็นไปเช่นนี้แล้ว มันตรัยก็หาใช่สิ่งแปลกหน้าของหล่อนเลยไม่ มันก็คือ ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินของสมเด็จพระบิดา ผู้หลงรักสมัครมั่น แอบหมายปองหล่อนมาในปางบรรพ์ และเฝ้ารอคอยการกลับคืนมาของหล่อน นับได้อนันตชาตินั่นเอง หล่อนเกิดแล้วตายแล้วนับชาติภพไม่ถ้วน แต่ปุโรหิตมันตรัย ผู้แก่กล้าฤทธิ์เดชเวทมนตร์กลับคงความอมตะมาตลอด
เพชรพระอุมา เล่ม 43 ตอน แต่ปางบรรพ์ book cover
#43

เพชรพระอุมา เล่ม 43 ตอน แต่ปางบรรพ์

2004

"อัคนีรุทร์! บอกให้หยิบอาวุธขึ้นมา!" ... "ถ้าเลือกหยิบได้ พี่จะหยิบดวงใจในทรวงอกของพี่นี้ให้แก่เจ้าไป" จิตรางคนางค์เงื้อหอกขึ้นสุดหล้า พักตร์เริ่มอาบนองไปด้วยหยาดอัสสุชลที่ถะถั่งพรั่งพรู "อัคนีรุทร์ เราต้องจากกันแล้วในภพนี้ ดูหน้าข้าไว้ให้เต็มตา คำมั่นสัญญาที่มีต่อกัน ขอให้สิ้นสุดลง ณ สายัณห์กาลนี้ ขอให้ท่านจงพบกับความทุกข์ทรมารเจ็บปวดเพราะความรักเหมือนเช่นที่ข้าได้เป็นอยู่ในขณะนี้ ร้อยภพ พันชาติ ลาก่อน" จิตรางคนางค์ปาหอกในมือไปปักอยู่ตรงพื้นเบื้องหน้าของอัคนีรุทร์โดยแรง!
เพชรพระอุมา เล่ม 44 ตอน แต่ปางบรรพ์ book cover
#44

เพชรพระอุมา เล่ม 44 ตอน แต่ปางบรรพ์

2004

กลิ่นเจ้าล่องลมพลิ้วพรมมาแห่งนี้ กลิ่นเจ้ายวนยีฤดีให้ป่วนปั่น กลิ่นเจ้าดลใจโน้มน้าวในฤทัยฝัน ภพชาติแต่เบื้องบรรพ์ นึกได้โดยฉับพลัน กลิ่นทิพย์ผูกพันสวรรค์ดลใจ "หม่อมฉันไม่หวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น รับปากซิเพคะ ในดวงพระทัยของอัคนีรุทร์ จะมีแต่จิตรางคนางค์เพียงนางเดียว หม่อมฉันไม่ปรารถนาราไชยไอศูรย์ หรือราชบัลลังก์สวรรค์ชั้นฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น ต้องการเพียงขอให้ได้รัก และได้อยู่กับผู้ที่ตนเองรักเท่านั้น ชาติใด ภพใด ขอให้หม่อมฉันได้อยู่ในอ้อมกอดของอัคนีรุทร์เช่นนี้ตลอดไป สัญญาซิเพคะ" “พี่ให้สัญญา ขอรักจิตรางคนางค์ทั้งชาตินี้ ของเป็นทาสรักของจิตรางคนางค์ ไปทุกชาติ”
เพชรพระอุมา เล่ม 45 ตอน มงกุฎไพร book cover
#45

เพชรพระอุมา เล่ม 45 ตอน มงกุฎไพร

2004

โอ้ใคร ไหนครวญจวบค่ำ พลอดคําหรือเธอครวญใคร่ เธออยู่แห่งใด เธออยู่แห่งใด เธออยู่แห่งไหน ห่างไกล...เหลือไกลเกินห่าง อ้างว้าง ฝันเคยเคียงใกล้ เธออยู่แห่งใด เธออยู่แห่งใด จิตใจไหวหวั่น สวดมนต์ ส่งพรวอนฟ้า ขอนิทรา แนบเธอนิรันดร์ ฝากหัวใจ...ใฝ่สัมพันธ์...ฝากกัน หวั่นฤทัยจิตใจคะนึง ติดตรึงมั่นในหัวใจคร่ำครวญ เธออยู่ไหน...เธออยู่แห่งใด...ถึงไม่คืนมา ฝากลม พลิ้วพรมโชยผ่าน...ฝากธารพฤกษ์ไพรไม้ป่า ช่วยกล่อมวิญญา ช่วยปลอบทิวา...ถวิลหาเธอ
เพชรพระอุมา เล่ม 46 ตอน มงกุฎไพร book cover
#46

เพชรพระอุมา เล่ม 46 ตอน มงกุฎไพร

2013

จริงแล้ว ม่านกรรมได้บดบังความรักของจิตรางคนางค์และอัคนีรุทร์ มาโดยตลอด...หลายชาติหลายภพนักแล้ว เพียงฝ่าพระบาทรําลึกได้แต่เฉพาะชาติที่เป็นจิตรางคนางค์ และเขาคืออัคนีรุทร์ แต่ฝ่าพระบาทหาได้เคยตระหนักเลยว่า ในแต่ละชาติมีกรรมบันดาลเช่นไร จากผลกรรมต่อเนื่อง...ความเสน่หาจึงมีความตายมาพรากก่อนเวลาอันควร ฝ่าพระบาทจะให้พฤติกรรมสลดนั้น บังเกิดขึ้นเป็นการซ้ำแล้วซ้ำอีกสักกี่ชาติ จากความท้อแท้สิ้นหวัง และความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน บัดนี้ ถึงเวลาที่จักราชหรือแงซาย จะต้องจากไปก่อนแล้ว ทรงกําหนดจดจํามั่นไว้ประการเดียวว่า...ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตรงตําแหน่งขุนเขาจรดแผ่นฟ้า มงกุฎรักของฝ่าพระบาท รอคอยอยู่ ณ ที่นั้นแล้ว
เพชรพระอุมา เล่ม 47 ตอน มงกุฎไพร book cover
#47

เพชรพระอุมา เล่ม 47 ตอน มงกุฎไพร

2004

เนินพระจันทร์ ขอต้อนรับทุกท่านที่เสี่ยงชีวิตมา ด้วยความยินดี และเต็มใจยิ่ง และผม...รพินทร์ ไพรวัลย์ ก็ขอคารวะน้ำใจอันยิ่งใหญ่ เปี่ยมล้นไปด้วยเลือดนักสู้ของพวกท่านทุกคน ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่า พวกท่านจะมีความมานะบากบั่น ทรหดอดทน มีความสามารถที่จะดํารงชีวิตอยู่รอดตลอดเส้นทางมรณะ และติดตามผมจนถึงปากประตูชัย...จุดเริ่มต้นสู่มรกตนคร ในที่สุด อย่างไม่มีความเชื่อมั่นมาก่อนเลย เราก็ได้ มายืนอยู่ยังปากทวารของเทือกเขาพระศิวะแล้ว ช่างสวยงามมหัศจรรย์ เหมือนภาพฝันอะไรเช่นนี้
เพชรพระอุมา เล่ม 48 ตอน มงกุฎไพร จบภาคสมบูรณ์ book cover
#48

เพชรพระอุมา เล่ม 48 ตอน มงกุฎไพร จบภาคสมบูรณ์

2004

ช่อปักษาสวรรค์ อันมีกลีบแข็ง สีแดงเข้ม สลับเหลืองและเขียวอยู่ในตัวเอง นํามาร้อยประสานเกี่ยวพันกันราวมงกุฎวางเด่นอยู่บนถาดทองคํานั้น มันเป็นมาลัยดอกไม้ป่าที่ประดับแซมด้วยพันธ์ดอกไม้หลากสีสันไว้อย่างงดงาม เสมือนที่รพินทร์และดาริน เคยนํามาร้อยพันจัดแต่งให้เป็นรูป "มงกุฎไพร" ในระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างกระเซอะกระเซิงอยู่ในป่าใหญ่ไพรกว้าง ฝ่ายหนึ่งล่วงหน้าไปก่อน อีกฝ่ายหนึ่งติดตามค้นหา มีแต่ความถวิลหาอาวรณ์ซึ่งกันและกัน...ความเจ็บปวด...รันทดว้าเหว่...สิ้นหวัง! หากลึกลงไปในความขมขื่นตรอมตรมเหล่านี้ ก็คือความรักความผูกพันที่มีต่อกันอย่างเปี่ยมล้นจนสุดที่จะพรรณนาได้ บัดนี้ มงกุฎดอกรัก ของดารินและรพินทร์ อยู่เบื้องหน้าทุกคนแล้ว "รพินทร์ เราขอให้ท่านพิจารณาเองว่า ท่านควรจะประดิษฐาน" มงกุฎไพร "ของท่านวงนี้ไว้ที่ไหน อย่างไร เชิญ!"

Author

พนมเทียน
พนมเทียน
Author · 90 books

ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ (23 พฤศจิกายน 2474 - 21 เมษายน 2563) นักเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของไทย ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2540 เป็นเจ้าของนามปากกา พนมเทียน ผู้แต่ง เพชรพระอุมา ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เกิดที่จังหวัดปัตตานี เป็นบุตรคนสุดท้องของขุนวิเศษสุวรรณภูมิ กับนางสะอาด รัตนกุล เริ่มเขียนนวนิยายเรื่องแรกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เรื่อง “เห่าดง” ลงในสมุดอ่านกันเล่น เมื่อ พ.ศ. 2484 นอกจากเขียนนวนิยายแล้ว ฉัตรชัยยังเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความเกี่ยวกับอาวุธปืน ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารบางฉบับด้วย โดยใช้ชื่อจริง และนามปากกา "ก้อง สุรกานต์"

548 Market St PMB 65688, San Francisco California 94104-5401 USA
© 2026 Paratext Inc. All rights reserved
เพชรพระอุมา